บทที่ 8 8
เมื่อจัดการงานของบริษัทเสร็จเรียบร้อย ภรันยาก็สลับหน้าจอเข้าสู่โปรแกรมซื้อขายหุ้นออนไลน์ พอร์ตการลงทุนของเธอยังคงรักษาระดับผลกำไรไว้ได้อย่างน่าพอใจ เธอใช้เวลาวิเคราะห์กราฟและอ่านข่าวเศรษฐกิจระดับโลกอย่างมีสมาธิ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เธอหามาได้ถูกนำไปต่อยอดอย่างเป็นระบบ ไม่มีการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายกับของแบรนด์เนมหรือเครื่องประดับราคาแพงเลยแม้แต่น้อย
เพราะเป้าหมายสูงสุดของเธอไม่ใช่การเป็นคุณนายไฮโซที่เดินกรีดกรายในงานสังคม แต่คือการมีอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง อิสรภาพที่จะทำให้เธอสามารถก้าวเดินออกจากกรงทองของตระกูลติณณภพได้อย่างสง่างามในวันที่สัญญาทุกอย่างสิ้นสุดลง
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์มือถือทำให้ภรันยาต้องละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อของนายหน้าค้าที่ดินที่เธอเคยติดต่อไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
'คุณภรันยาครับ เจ้าของที่ดินแปลงที่เชียงใหม่ที่คุณภรันยาสนใจ เขายอมลดราคาให้ตามที่คุณเสนอมาแล้วนะครับ ถ้าคุณภรันยาสะดวก สามารถทำสัญญาจะซื้อจะขายและวางมัดจำได้ภายในสัปดาห์หน้าเลยครับ'
ภรันยาอ่านข้อความนั้นแล้วแย้มรอยยิ้มออกมาบางๆ ที่ดินแปลงนั้นอยู่บนเนินเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติงดงามในจังหวัดเชียงใหม่ เธอวางแผนไว้ว่าในอนาคตหลังจากที่หย่าขาดจากติณณภพแล้ว เธอจะย้ายไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น สร้างบ้านหลังเล็กๆ และเปิดคาเฟ่โฮมเมดควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจออนไลน์ เป็นชีวิตที่สงบสุขและปราศจากความวุ่นวายอย่างที่เธอวาดฝันไว้
'ตกลงค่ะ รบกวนเตรียมเอกสารสัญญาให้พร้อมเลยนะคะ สัปดาห์หน้ารันจะให้ทนายความส่วนตัวไปจัดการเรื่องเอกสารและเช็คเงินมัดจำให้ค่ะ'
เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเบิกบานใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่เธอวางไว้ทีละก้าวอย่างมั่นคง หญิงสาวใช้เวลาทำงานอยู่ที่โกดังจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ก่อนจะขับรถกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อเตรียมทำอาหารเย็นตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
รถอีโคคาร์ของภรันยาเลี้ยวเข้ามาจอดในโรงรถเวลาประมาณห้าโมงเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อยคือ รถสปอร์ตยุโรปคันหรูของติณณภพจอดเทียบอยู่ก่อนแล้ว ปกติเขาไม่เคยกลับบ้านเร็วขนาดนี้ หากไม่มีประชุมเขาก็มักจะไปสังสรรค์กับเพื่อนหรือแวะไปหานิชา กว่าจะกลับก็ดึกดื่นค่อนคืน
ภรันยาหยิบถุงวัตถุดิบสดที่แวะซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตลงจากรถ เดินเข้าบ้านไปทางประตูหลังที่เชื่อมต่อกับห้องครัวโดยตรง เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลใจที่สามีกลับมาบ้านเร็ว หน้าที่ของเธอคือการทำอาหารเย็นและดูแลความเรียบร้อยของบ้านให้สมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนเรื่องที่เขาจะไปทำอะไรหรืออยู่กับใครมาเมื่อคืนนั้น มันอยู่นอกเหนือเขตความรับผิดชอบของเธอ
หญิงสาวจัดการล้างผัก หั่นเนื้อหมู และเตรียมเครื่องปรุงสำหรับทำเมนูต้มยำกระดูกหมูอ่อนและผัดผักบุ้งไฟแดง กลิ่นหอมเครื่องต้มยำพริกเผาลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว ภรันยาฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอขณะชิมรสชาติน้ำซุปอย่างอารมณ์ดี
"อารมณ์ดีจังเลยนะ หรือว่าเมื่อคืนแอบนัดผู้ชายคนอื่นไปกินข้าวแทนฉันกันแน่"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันสงบสุข ภรันยาวางช้อนชิมลงและหันไปมองต้นเสียงที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ด้วยท่วงท่าคุกคาม
ติณณภพอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด แขนเสื้อถูกพับลวกๆ ขึ้นมาถึงข้อศอก ใบหน้าหล่อเหลาดูอิดโรยและมีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อยบ่งบอกถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาจับผิดและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อคืนหลังจากที่เขาพานิชาไปส่งที่โรงแรมและอยู่เป็นเพื่อนเธอตามที่หญิงสาวร้องขอ ติณณภพแทบไม่ได้นอนพักผ่อนเลย นิชาเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญและหวาดผวา บังคับให้เขานั่งจับมือและปลอบประโลมเธอตลอดทั้งคืน แม้เขาจะพยายามให้เธอกินยาคลายเครียดแต่เธอก็ไม่ยอมนอน จนกระทั่งรุ่งเช้าเขาถึงได้ปลีกตัวออกมาเพื่อไปทำงานด้วยสภาพที่อ่อนเพลียขั้นสุด
ตลอดทั้งวันในห้องประชุม ติณณภพรู้สึกหงุดหงิดและไม่มีสมาธิ เขาคิดว่าภรันยาจะต้องโทรมาโวยวาย ร้องไห้ด่าทอ หรืออย่างน้อยก็ต้องส่งข้อความมาประชดประชันเรื่องที่เขาทิ้งเธอให้นั่งกินข้าวคนเดียวในวันครบรอบแต่งงาน แต่ปรากฏว่าโทรศัพท์ของเขาเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เงาของการติดต่อจากผู้หญิงที่เป็นภรรยาตามกฎหมาย
ความเงียบของเธอทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกท้าทาย เขาจึงตัดสินใจยกเลิกนัดช่วงเย็นทั้งหมดแล้วขับรถกลับบ้านมาดักรอ เพื่อดูว่าผู้หญิงหน้าเงินคนนี้จะเล่นละครบทไหนใส่เขา ทว่าภาพที่เขาเห็นกลับกลายเป็นภาพของภรันยาที่กำลังทำอาหารและฮัมเพลงอย่างมีความสุข ราวกับว่าเรื่องที่เขาไปค้างคืนกับนิชาเมื่อคืนนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสภาพจิตใจของเธอเลยแม้แต่น้อย
